บทความพิเศษ "กาแฟสันติสุข"

28/11/2019

เขมินทร์ เกื้อกูล


ประสานสัมพันธ์ “อะราบีกากาแฟสันติสุข จากโลกอาหรับสู่ดินแดนยะลา

เหยือกกาแฟทองเหลือง จากจาบังติกอร์ ปัตตานี เหมือนนครธม

หากไขเวลาเพื่อดื่มด่ำกับโบราณกาลสมัยความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรปัตตานี หรือรัฐปัตตานี เมื่อพันกว่าปีก่อนอันเป็นเส้นทางศูนย์กลางการค้าทางเรือทะเล มีพ่อค้า นักบวช รวมทั้งนักแสวงโชค ทั้งจีน อาหรับ ร่วมถึงชาวตะวันตก ต่างเดินทางรอมแรมเข้ามาดินแดนแถบนี้ด้วยเรือสำเภา อาศัยใบเรือและแรงลม เพื่อเชื่อมต่อโลกเข้าด้วยกัน

เหยือกกาแฟ จากระเบียงหินแกะสลัก นครธม

ดินแดนแห่งนี้ได้รับการบันทึกทางประวัติศาสตร์ จากผู้มาเยือนเหล่านี้ เก็บเรื่องราวต่าง ๆ ของปัตตานีไว้มากมาย ที่ยังเป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างสองโลกเข้าด้วยกัน คือการค้นพบเหรียญโบราณจากชาวอาหรับ ในดินแดนเมืองโบราณยะรัง เครื่องถ้วยชาม และหินสลัก เหนือหลุมศพชาวอาหรับ อายุนับพันปี ในเมืองไทรบุรี หรือเกอดะฮ์ ปัจจุบันเป็นรัฐหนึ่งในประเทศมาเลเซีย


เมืองไทรบุรี ในยุคอดีตอันเรืองรอง เป็นเส้นทางคมนาคมหลักสายหนึ่งที่นักเดินเรือรู้จักกันดี ทั้งโลกตะวันออกและตะวันตกเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญรุ่งเรืองสำหรับการตั้งถิ่นฐานและการค้าในอดีต เชื่อมโยงฝั่งมหาสมุทรอินเดีย จากไทรบุรีข้ามขึ้นฝั่งไปทางเหนือติดกับส่วนหนึ่งของดินแดนยะลา ข้ามเข้ามาที่ปัตตานี มุ่งขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือขึ้นไปยังกัมพูชา เวียดนาม สู่แผ่นดินจีนและข้ามทะเลไปยังประเทศญี่ปุ่น

จากโลกอาหรับที่เชื่อมต่อเข้ากับยะลา ทั้งการค้าและวัฒนธรรม รวมถึงเมล็ดกาแฟพันธุ์อะราบิกา (arabica) ก็เดินทางรอมแรมข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงยะลา มาพร้อมกับนักบวชลัทธิซูฟีจากเยเมน โดยยังยืนยันถึงหลักฐานที่บ่งชี้จากชุดต้มกาแฟโบราณและเหยือกกาแฟทองเหลืองของเยเมน เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษมาแสดงให้รุ่นลูกหลานได้เห็นและสืบสาวเรื่องราวของกาแฟยะลา - ปัตตานี ได้อย่างดี

ที่น่าตื่นตาตื่นใจถึงการค้นพบที่ต่อมาเหยือกกาแฟทรงเดียวกันปรากฏในระเบียงคตภาพหินแกะสลักจากนครธม (Angkor  Thom) เมืองขอมโบราณ ถูกสร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

เมื่อกล่าวถึงกาแฟ อะราบิกา หรือ กาแฟอาหรับ (Arabian coffee) ยังถูกเรียกในอีกหลายความหมายว่า “พุ่มไม้กาแฟของอาระเบีย” (coffee shrub of Arabia) หรือ “กาแฟภูเขา” (mountain coffee) เชื่อกันมาแต่โบราณแล้วว่าสายพันธุ์อราบิกาเป็นสายพันธุ์แรกของการเพาะปลูกกาแฟ

นักบวชซูฟีพกเมล็ดกาแฟสู่มลายู

ในบันทึกโบราณของนักวิชาการอาหรับกล่าวถึงกาแฟครั้งแรกระบุว่า ได้ทำเป็นกาแฟคั่วที่จัดเป็นนวัฒกรรมอาหรับในเยเมน เมื่อครั้งเก่าก่อน ตามความเชื่อของชาวมุสลิม โดยนักบวชซูฟีชาวเยเมนผู้นี้มักใช้เวทมนต์คาถาในการรักษาโรคช่วยผู้คน ก่อนถูกต่อต้านและปฏิเสธสิ่งอวดอ้างอุตริ ไม่ใช่แนวทางของชาวมุสลิม จึงถูกเนรเทศพ้นไปอยู่ตามป่าเขาที่ห่างไกล การดำรงชีพในป่าที่ยากเย็นแสนเข็ญ กระทั่งต่อมาก็พบต้นกาแฟป่าที่มีผลเมล็ดกาแฟ ก่อนจะลองกินเมล็ดกาแฟเข้าไปเพื่อหวังยืดลมหายใจที่รวยริน จนพบถึงความน่าประหลาดใจ เมื่อร่างกายตอบสนองและเกิดกระชุมกระชวยขึ้นมาก่อนที่ต่อมาได้เชื่อแล้วว่าเมล็ดกาแฟเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งใช้รักษาโรคได้ อย่างน่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง

การได้ลิ้มรสชาติกาแฟเข้าไป ช่วยทำให้การปฏิบัติศาสนกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ก่อนเป็นที่เลื่องลือออกไป มีการพาตัวนักบวชผู้นี้กลับสู่โลกผู้คนอีกครั้ง กลายเป็นนักบวชที่สำคัญของโลกมุสลิมที่นำกาแฟมาปรุงเป็นเครื่องดื่ม ที่ได้รับการยอมรับในทางรักษาโรคได้ ทำให้เวลานั้นห้ามมีการนำกาแฟของสู่ดินแดนเยเมน ยกเว้นให้เฉพาะนักบวชลัทธิซูฟิเท่านั้นที่พกพาไปไหนมาไหนได้โดยสะดวก

เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำให้กาแฟที่นักบวชซูฟีติดตัวขึ้นมาบนเรือเดินทางมาถึงยะลา ก่อนมีการเผยแพร่ปลูกและใช้เป็นยารักษาโรค พร้อมดื่ม เพื่อสร้างความสดชื่นให้กับผู้คนแม้ในช่วงแรกจะไม่มีใครรู้อะไรดีนักเกี่ยวกับกาแฟอะราบิกา ยังคงวนเวียนในวงแคบของกลุ่มนักบวชเท่านั้น แต่ก็มีการส่งมอบให้ชนชั้นสูงได้ลิ้มรสถึงสรรพคุณ

การเผยแพร่กาแฟอะราบิกาจากเยเมนเข้าสู่คาบสมุทรมลายู ที่หันมานับถือศาสนาอิสลามนั้นได้รับอิทธิพลจากราชวงศ์มัชปาหิตในชวา ที่แผ่อำนาจมาสู่แหลมมลายูก่อนให้เกิดการเจริญเติบโตด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ยิ่งการค้าในคาบสมุทรแห่งนี้เจริญรุ่งเรืองแค่ไหน ความเป็นปึกแผ่นท่ามกลางความหลากหลายทางเชื้อชาติและศาสนา อันเป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่ก็มีเป็นทวีคูณมากยิ่งขึ้น

การดื่มกาแฟไม่ใช่แค่จิบเพื่อทางยา หากแต่เป็นเครื่องดื่มเพื่อวงสังคมสนทนา ทั้งปฏิบัติกิจทางศาสนา จนเริ่มแพร่หลายออกไป ถึงน้ำดื่มสีดำ ที่จิบตอนร้อนๆ หรือช่วงอุ่นๆ ก็ยังได้รสชาติอันรื่นรส

อะราบีกา-โรบัสต้า คืนถิ่นแดนดินกาแฟใต้

เครื่องดื่มกาแฟขยายวงไปสู่คนทุกศาสนา ทั้งพุทธ ฮินดู อาหรับและจีน ในคาบสมุทรมลายู นอกจากเป็นเครื่องดื่มแล้ว ยังถูกวางเป็นเครื่องเซ่นเหนือหลุมฝังศพนักบวชลัทธิซูฟีอีกด้วย ต่อมายังเป็นเครื่องเซ่นไหว้ให้กับบรรพชนผู้ล่วงลับในกลุ่มชาวจีน ฮินดูและชาวพุทธในบัดนั้น กาแฟได้เริ่มทำหน้าที่เป็นทูตวัฒนธรรมช่วยหล่อหลอมคนทุกศาสนาโดยไม่มีใครคิดมาก่อนว่า เมื่อมีกาแฟอยู่ใกล้มือแล้ว ก็เหมือนได้นำพามิตรภาพมาเชื่อมต่อกันอย่างแนบสนิท

หากย้อนไปเมื่อ 400 ปีที่แล้ว การเดินเรือที่ถือเป็นเส้นทางคมนาคมที่ดีที่สุดในการเชื่อมโลก โดยเฉพาะกาแฟโรบัสต้า (Robusta) ที่ปลูกกันในอินเดีย ถูกประเทศมหาอำนาจทางเรือจากยุโรปเวลานั้น โดยเฉพาะบริษัทการค้าจากฮอลันดาได้ขโมยพันธุ์ไป ก่อนนำส่งเสริมให้มีธุรกิจการเพาะปลูกอย่างเป็นล่ำเป็นสันในชวา ต่อมาอังกฤษใช้นโยบายเดียวกันเลือกหาที่ทำเลเพาะปลูกไร่กาแฟขึ้นในดินแดนมลายู จนแพร่หลายเข้ามายังชุมชนยะลาและปัตตานี หรือเมื่อประมาณ 100 ปีที่ผ่านมา

ณ ปัจจุบัน พื้นที่อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ยังเป็นแหล่งปลูกกาแฟดั้งเดิมของสายพันธุ์โรบัสต้า ด้วยสภาพที่เหมาะสมทั้งพื้นที่คีรีเขตอยู่ระดับที่สูง สภาพอากาศ และน้ำที่เหมาะสมกับการปลูกกาแฟ ทำให้กาแฟคีรีเขตมีรสชาติดี หอมละมุน ไม่แพ้กาแฟพันธุ์อะราบีกา

“โครงการอะราบิกา คืนถิ่นแดนดินกาแฟใต้”

สำหรับ“โครงการอะราบิกา คืนถิ่นแดนดินกาแฟใต้” ประหนึ่งเป็นการหวนคืนแห่งอารยธรรม พร้อมๆ กับการพัฒนาพันธุ์กาแฟอะราบิกา เพื่อส่งเสริมอาชีพให้ผู้คนในสามจังหวัดชายแดนใต้ได้เลี้ยงตัว เป็นโอกาสทองของเกษตรกร โครงการนี้เริ่มตั้งแต่ ปี 2560 ด้วยความร่วมมือระหว่างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลนครยะลา กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยพืชสวนยะลาได้ทำการศึกษาทดลองเพาะปลูกในพื้นที่อำเภอธารโต จังหวัดยะลา สภาพภูมิประเทศมีความเหมาะสมจนประสบความสำเร็จ จึงได้ทำการเพาะพันธุ์แจกจ่ายให้กับเกษตรกรนำไปปลูกแต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงได้ติดต่อขอรับพันธุ์กล้าจากศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่มาเพิ่มให้กับเกษตรกร ซึ่งได้รับการสนับสนุนจำนวน 2 แสนต้น พร้อมนี้ได้จัดเจ้าหน้าเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับการเพาะปลูก การดูแลบำรุงรักษาเพื่อมาถ่ายทอดให้เกษตรกรในพื้นที่ ไม่ว่าจะสายพันธุ์กาแฟอะราบีกา อันมีต้นทางรากเหง้าจากนักบวชซูฟีแห่งเยเมน ที่นำผ่านประตูคาบสมุทรมลายู หรือแม้แต่สายพันธุ์โรบัสต้าที่ได้ผ่านวีซ่าคาบสมุทรมลายูมาเช่นกัน กาแฟถูกปรุงเป็นยา หรือจิบเป็นเครื่องดื่มมาแต่โบราณ

ปัจจุบัน กาแฟยังทำหน้าที่อย่างไม่รู้จักเหนื่อย ช่วยส่งเสริมเป็นอาชีพเลี้ยงดูพี่น้องในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน เชื่อมต่อระดับโลก นำมาสู่การสร้างแบรนด์กาแฟ “คีรีเขตคอฟฟี่” แบรนด์กาแฟยะลาที่ก่อเกิดขึ้นเป็นชุมชน หรือเกษตรกรคนรุ่นใหม่ภายใต้กลุ่ม Yala Coffee Operation Team (YCOT)  คุณภาพที่เป็นอัตลักษณ์ หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดยะลาในที่สุด

ที่สำคัญ กาแฟยังช่วยเป็นสะพานในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างเหลือเชื่อ





อ้างอิงเนื้อหาค้นคว้าโดย : วิธูร บัวแดง



สนใจลงโฆษณา 0924499542 หรืออีเมล์ newsaround.th@gmail.com