"คนน่าคุย" 'เก๋ง เกรียงไกร' สจ๊วตเสียงนุ่ม

17/7/2019

สีดา

"เพราะงานบริการ เราเป็นการขายที่ไม่เหมือนการขายสินค้าทั่วไป  คือ ไม่มีอะไรให้ติดไม้ติดมือกลับบ้าน  ไม่มีสิ่งของใด ๆ

แต่จะได้รับในรูปแบบของความประทับใจ ความยินดีในการบริการและการเอนเตอร์เทน"

เกรียงไกร กำเหนิดหล่ม เก๋ง


ประโยคง่ายๆ ที่อธิบายคำว่าอาชีพให้บริการและสร้างความบันเทิงให้กับผู้คน ได้อย่างชัดเจน จากผู้ชายหน้าตาจริงใจ เปี่ยมไปด้วยพลังบวก และความมุ่งมั่น


แนะนำตัวหน่อยค่ะ

สวัสดีครับ ชื่อ เก๋ง นายเกรียงไกร กำเหนิดหล่ม ที่ทำงานเรียกกันหลายชื่อ ทั้ง เก๋ง เก่ง เกรียง เกรียงไกร  KK ก.ก. มีหลายชื่อจริง ๆ  แต่ก็หันหมดครับ เพราะชื่อทั้งหมดนี้ ไม่ซ้ำใครเลย เวลามีคนเรียกชื่อใดชื่อหนึ่ง เราก็รู้เลยว่า นั่นเป็นชื่อเราแน่นอน (หัวเราะ)


ตอนนี้ ทำอะไรอยู่บ้างคะ

ตอนนี้เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินครับ แล้วก็ทำเพลงเป็นของตัวเอง ลงยูทูปครับ ชื่อในการร้องเพลง ใช้ชื่อว่า เก๋ง กัณฑะชัย ครับ


ถ้าย้อนไปตอนเป็นเด็กแล้วมีคนถามว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร คำตอบในวันนี้ ยังเหมือนกับคำตอบในวันนั้นไหม

ตอนนั้นอยากเป็นหมอ,  อยากเป็นพนักงานต้อนรับในโรงแรม, หรือสายอาชีพที่ต้องใช้คำพูดเยอะ ๆ พบปะคนเยอะ ๆ อะไรแบบนั้น


สำหรับงานลูกเรือ สจ๊วต อะไรพวกนี้ไม่คิดเลย เพราะสมัยเด็ก ๆ ยังไม่มีโซเซียลหรือข้อมูลอะไรให้ค้นหามากนัก ว่าบนเครื่องบินต้องมีพนักงานในตำแหน่งลูกเรือที่ต้องคอยดูแลความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารด้วย

เนื่องด้วยเป็นคนต่างจังหวัด ที่อยู่ในพื้นที่ ที่กำลังพัฒนาด้วย ซึ่งสายงานตรงนี้คนต่างจังหวัดในสมัยนั้นจะไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไรนัก ไม่รู้เลยว่าโลกนี้มีอาชีพนี้ด้วย ในขณะนั้นนะ ( หัวเราะ )

เวลาเห็นเครื่องบินบินผ่านท้องฟ้า เราก็แค่คิดว่าในนั้นมีคนนั่งหลายสิบคนแล้วก็มีคนขับนั่งอยู่หน้าสุด แค่นั้นจบ


แต่พอโตขึ้นมาหน่อย พอรู้แล้วว่าในเครื่องบินลำนั้นเค้ามีพนักงานเสิร์ฟอาหารบนเครื่องด้วยนะ ซึ่งเข้าใจว่าเสิร์ฟอาหารแค่นั้นจริง ๆ นะ (หัวเราะ)  ผู้ชายก็ทำได้นะ แต่ต้องหล่อนะ ต้องหุ่นดี ตัวสูง หน้าตาผิวพรรณดี เราไม่มีอะไรดีซักอย่างตามที่ได้ยินมา (หัวเราะเสียงดัง)


วันไหนเครื่องบินบินผ่านและแถวนั้นไม่มีคนอยู่ ก็จะพนมมือด้วยแล้วก็พูดว่า ขอให้ได้ทำงานบนนั้นด้วยเทอญฯ โดยที่ไม่รู้หรอกว่า ภายในเครื่องบินลำนั้นมีสีอะไร เป็นแบบไหน โครงสร้างภายในเป็นเช่นไร แต่ก็ได้แต่ภาวนาในใจตามประสาเด็กน้อย ( หลับตายิ้ม)


อีกอย่างหนึ่งเป็นคนที่ชอบดูการแสดงละเล่นต่าง ๆ  หมอลำ ลิเก เต้น อะไรก็ตามที่เป็นการแสดงบนเวที ชอบหมดเลย แม้แต่มีผู้สมัคร ส.ส. มาปราศรัยหาเสียงก็ยังไปนั่งฟัง เอาเสื่อไปปูดูเค้าพูดด้วยเลย แต่เราไม่รู้หรอกว่า เค้าพูดอะไรบ้าง ที่รู้อย่างเดียวคือ ไปดูเค้าพูดใส่ไมโครโฟนแล้วมีเสียงดังออกลำโพง แล้วก็คิดว่าทำไมเค้าดูเท่จัง  เค้าต้องเป็นคนเก่งที่วิเศษแน่ ๆ เลยเค้าถึงทำแบบนั้นได้ เค้ายอดเยี่ยมมาก ที่คนทั้งหมู่บ้านมานั่งฟังเค้าพูดคนเดียว อะไรประมาณนี้ ความรู้สึกนั้นเลยฝังใจเลยว่า ชีวิตนี้โตขึ้นต้องได้จับไมค์ให้ได้


แต่ในที่สุดก็ได้ทำอาชีพที่รักและถนัด และไม่ได้ใฝ่ฝัน นั่นก็คือ สจ๊วต

และเร็ว ๆ นี้ก็ได้มี ซิงเกิ้ลเพลงของตัวเอง ที่เพิ่งปล่อยลงในยูทูป เมื่อหลังสงกรานต์ที่ผ่านมาครับ

ครบทั้งสจ๊วตและนักร้องเลย (หัวเราะ)


ดูเป็นงานที่ต้องใช้ความพยายามและอดทนมาก ยากมั้ย กว่าจะมีวันนี้ (ทั้งงานนักร้องและงาน พนง.ต้อนรับบนเครื่องบิน)


ถามว่ายากไหม๊ มันก็มีทั้งส่วนยากและส่วนง่ายนะ ปะปนกันไปนะ ส่วนง่ายคือ โดยส่วนตัวเป็นคนชอบพูดชอบคุย พบปะผู้คนอยู่แล้ว เลยไม่ยากเท่าไหร่ที่จะทำงานด้านนี้ สำหรับส่วนที่ยากก็คือ เราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง และจะรับมือกับสถานการณ์นั้นได้อย่างไร ในพื้นที่ที่จำกัดแคบ ๆ หรือในระยะเวลาที่จำกัด


เช่นถ้าเครื่องออกไม่ได้ตามกำหนด อาจด้วยเหตุผลใด ๆ จะพูดอย่างไรให้ผู้โดยสารเข้าใจ และอธิบายแบบไหนให้ผู้โดยสารฟังแล้วสบายใจ โดยทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่องค์กรกำหนดไว้ อะไรแบบนี้


หรือเวลามีผู้โดยสารป่วยบนเครื่อง เราจะจัดการอย่างไรกับเคสนี้ให้ดีที่สุด ให้ผู้โดยสารรอดชีวิตให้ได้ กับอุปกรณ์ปฐมพยาบาลที่มีอยู่อย่างจำกัดอันนี้คือความยาก แต่ก็ยังโชคดีที่พนักงานมีถึง 4 คน และได้รับการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นในทุก ๆ ปี จึงรับมือกับทุกสถาณการณ์ได้อย่างมืออาชีพ


สำหรับอาชีพนักร้อง คือการทำเพื่อความผ่อนคลายมากกว่า ยังไม่ได้หวังเป็นอาชีพหลักในตอนนี้  แต่ก็ทุ่มเทอย่างเต็มที่นะครับ ลงแชร์ในทุกช่องทางเท่าที่จะทำได้ รวมทั้งฝากดีเจสถานีวิทยุเปิดให้ ตอนนี้ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากเกินคาด ถ้าเทียบกับเราที่เป็นแค่คนโนเนม ไม่ได้เป็นเน็ตไอดอล ไม่เคยออกสื่อใด ๆ เลย แต่มีคนคอมเม้นต์ชื่นชอบเพลงในยูทูป มี Inbox ส่งให้กำลังใจ  แล้วก็มีเน็ตไอดอล นำไป Cover ทำคลิปล้อเลียน ทั้งใน เฟสบุ๊ค ยูทูป และใน TikTok ก็ถือว่าเกินจุดคุ้มทุนแล้วครับ แตาก็จะทำต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ ไม่หยุด เพราะนี่ก็เป็นอีกหนึ่งความฝันของเรา ที่เราทำแล้วสนุก จนลืมวันลืมคืนไปเลย


ช่วยเล่าประสบการณ์ของการรอคอยและความมุ่งมั่นกว่าจะได้มีเพลงเป็นของตัวเองวันนี้หน่อยคะ

จริง ๆ แล้วก็เริ่มสนใจที่จะทำงานเพลงตั้งแต่ สมัยที่เรียนมหาลัยแล้วนะ แต่เนื่องด้วยตอนนั้นยังขอเงินที่บ้านอยู่ และค่าทำเพลงก็ราคาเกือบสองแสนต่อ 1 อัลบั้มในสมัยนั้น ทำอย่างต่ำก็ต้องสิบเพลง และทางบ้านก็ไม่ค่อยสนับสนุนเท่าไหร่นัก เนื่องจากฐานะทางบ้านอยู่ในระดับปานกลาง การใช้เงินของครอบครัวก็ต้องมีการวางแผนที่ชัดเจน เตรียมไว้สำหรับค่าใช้จ่ายหลัก ก็คือค่าเทอม ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายประจำเดือนขณะที่เรียนอยู่ ต้องให้จบให้ได้ภายใน 4 ปี


จนเวลาผ่านไปก็ยังมีความคิดอยู่ในใจนะว่า อยากขึ้นเวทีร้องเพลง อยากมีชื่อบนทีวี อยากเป็นที่รู้จัก อยากให้คนร้องเพลงเราได้ อยากยืนอยู่บนเวทีแล้วก้มรับมาลัย ก้มรับดอกไม้ มีคนขอจับมือ มีคนรุมขอถ่ายรูป ได้ยินเสียงกรี๊ด เมื่อเรายืนอยู่บนเวที อะไรแบบนี้


มีงานเลี้ยงบริษัท ก็ขึ้นไปร้องเพลงเกือบทุกปีเมื่อมีโอกาส มันก็เหมือนได้เติมเต็มความฝัน แต่มันก็ยังรู้สึกว่ายังไม่สุดหว่ะ (หัวเราะ) มันต้องได้อีกสิ


และวันนี้อยู่ในช่วงที่เราสามารถมีทุนมีโอกาสพอทำได้ ก็ลุยเลย


เพราะเราชอบตรงนี้จริง ๆ ก่อนที่จะเข้าห้องอัดก็ไปเรียนร้องเพลงเพิ่มเติม วันทำงานก็ไปบิน วันหยุดก็เรียนร้องเพลง บางวันบินตอนเช้าตรู่  บ่าย ๆ เลิกงาน กลับถึงบ้าน อาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วไปเรียนร้องเพลงต่อ เรียนเสร็จรีบกลับบ้านก็ต้องรีบนอนเพราะอีกวันมีบิน เป็นแบบนี้ ประมาณ 3 เดือนเต็ม ๆ


พอใส่เสียงเสร็จแล้ว ก็จัดการทำมิวสิกวิดีโอต่อเลย  ติดต่อหากองถ่ายเอง หาโลเคชั่นเอง เขียนบทเอง หานักแสดงเอง ทุกอย่างทำเองหมด น้อง ๆ นักแสดงก็ได้รับความช่วยเหลือจากน้อง ๆ ที่ทำงานมาช่วย โดยที่ไม่ขอรับค่าตัวเลยซักคน ถือว่าเป็นบุญของเรามาก ขอขอบคุณอีกครั้งมา ณ ตรงนี้ด้วยนะครับ


ในตอนนั้นเหนื่อยมาก แต่ก็คุ้มนะ คุ้มค่าที่ได้รู้ว่า งานกองถ่าย งานถ่ายทำเป็นแบบไหน ได้ประสบการณ์และความรู้มาเพียบเลย


คิดว่างานทั้งสองอย่างมีความเหมือนกันยังไง

มีความเหมือนกันเลย คือ เป็นงานบริการทั้งคู่ ไม่ว่าจะอยู่บนเครื่องหรืออยู่บนเวที สิ่งที่นอกเหนือจากหน้าที่หลักคือ ผู้โดยสารต้องมีรอยยิ้ม หรือความประทับใจก่อนที่จะลงจากเครื่อง หรือ ผู้ชมต้องได้รอยยิ้มและความประทับใจก่อนกลับบ้านเช่นกัน


เพราะงานบริการ เราเป็นการขายที่ไม่เหมือนการขายสินค้าทั่วไป  คือ ไม่มีอะไรให้ติดไม้ติดมือกลับบ้าน  ไม่มีสิ่งของใด ๆ ให้กับคนที่เข้ามาซื้อหรือมาใช้บริการของเรา แต่จะได้รับในรูปแบบของความประทับใจ ความยินดีในการบริการและการเอนเตอร์เทน ของเราแทนครับ


มองวงการเพลงลูกทุ่งตอนนี้เป็นยังไง

พูดได้เลยว่า วงการเพลงลูกทุ่งตอนนี้สนุกมาก เฟื่องฟูมาก สังเกตได้จากนักร้องที่อยู่ในระดับที่คนพอจะรู้จักบ้างในกลุ่มภาคอีสาน แต่เค้ามีงานเกือบทุกวันเลยนะ ส่วนนักร้องลูกทุ่งแนวหน้าไม่ต้องพูดถึง วันหนึ่งมีงานเข้าถึง 3-5 งานต่อวันก็มี สังเกตได้จากงานวัด งานประจำปี ซึ่งแต่ละที่ แต่ละวัดจะมีงานประจำปี ในแต่ละเดือนที่แตกต่างกันไป งานกาชาดประจำจังหวัดก็เช่น ไม่ได้จัดงานวันเดียวกันหมดพร้อมกันทั่วประเทศ รวมถึงบางท้องที่ก็จะมีงานประจำอำเภอแยกไปอีกด้วย แต่พูดโดยรวม ๆ แล้ว บ้านเรามีงานแบบนี้ เกือบทุกวันเลยนะ วันละหลาย ๆ ที่ด้วย นี่ยังไม่รวมงานผับ และงานบุญงานบวช งานเจ้าภาพ งานส่วนตัว งานเลี้ยงภายในองค์กร หรือแม้แต่อีเว้นท์สินค้าตามห้างอีกนะ  


ลองสังเกตุได้จากป้ายหน้าวัดทแถว ๆ กรุงเทพฯ และปริมณฑลได้นะ จัดงานครั้งหนึ่งมีถึง 10 วัน แล้วต่างจังหวัดอีก 70 กว่าจังหวัด คำนวนออกมาแล้ว โอ้โหเลยใช่ไหม๊ ( หัวเราะ )


ตอนนี้มีนักร้องเกิดใหม่เยอะ เรียกว่ามีทุกวันเลย เพราะมีช่องทางในการแสดงผลงานความสามารถเยอะมาก ทั้งทางยูทูป เฟสบุ๊ค หรือทางทีวี  และต้นทุนในการทำผลงานก็ไม่เยอะเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ถือว่าเป็นความโชคดีของนักร้องเกิดใหม่แบบพวกเรา  (หัวเราะ)


พูดถึง ซิงเกิ้ลแรกที่ปล่อยมาหน่อยค่ะ

ชื่อเพลง อะไรเอ่ย (คำถามที่บ่ต้องการคำตอบ) ใช้ชื่อในการร้องเพลงว่า เก๋ง กัณฑะชัย เป็นแนวเพลงอีสานอินดี้ ที่กำลังเป็นที่นิยมมาก ๆ ในแถบอีสานในตอนนี้ เวลานี้ ซึ่งตัวผมเองก็เป็นคนอีสาน มาอยู่กรุงเทพฯ ได้ราว ๆ 20 ปี ก็คลุกคลีอยู่กับเพื่อนที่เป็นคนอีสานตลอดเวลา เวลาพูดกลาง ทุกคนก็จะรู้เลยว่าสำเนียงแบบนี้ไม่ใช่คนภาคกลางแน่นอน ( หัวเราะเสียงดัง )


เพลงนี้แต่งเองครับ ใช้เวลาแต่งประมาณ 10 กว่าวัน รวมเวลาเกลาเพลงด้วย แต่งเวลาเราเสร็จงานบนเครื่องนั่งพัก แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างไกล ๆ มองเส้นขอบฟ้า มองเห็นเมฆ จินตนาการมันก็ออกมาเองนะ ได้ท่อนนึงสองท่อนก็เขียนไว้ก่อน แล้วค่อยมาเกลาทีหลัง

หรือวันไหนที่เป็นวันหยุดก็จะนอนดึกหน่อย ยิ่งช่วงเวลาสะลึมสะลือเคลิ้ม ๆ จะหลับไอเดียมันจะมาเอง บางทีก็ต้องตื่นมาจดไว้ในสมุดโน๊ตถ้าไม่จดไว้มันจะลืม ของพวกนี้มันจะมาเป็นแว๊บ ๆ แว๊บเดียวจริง ๆ  ฉนั้นต้องเก็บมันไว้ทันที


ได้ไอเดียมาจากไหน - จากเรื่องราว Club Friday ของดีเจพี่อ้อย พี่ฉอด เพราะพี่อ้อยเค้าจะชอบพูดเป็นประโยคคล้องจองกัน เราก็จับมาพร้อมกับเพิ่มเติมประโยคความรู้สึกเราเข้าไปด้วยแล้วนำมาร้อยเป็นเพลง แล้วขัดเกลานิดหน่อย เปลี่ยนคำให้คล้องจองกัน ใช้คำให้ Touch กับความรู้สึกคนฟัง ก็เป็นเพลงในสไตล์ตัวเองหล่ะ (ยิ้ม)


เพลงนี้จะเป็นเพลงที่อธิบายความเจ็บปวด ในความรู้สึกของคนที่โดนทิ้ง เพราะคนที่โดนทิ้งมักจะมีคำถามว่า ทำไม ๆ ๆ ๆ ตลอดเวลา เลยเอามาตั้งเป็นชื่อเพลงว่า อะไรเอ่ย เนื้อเพลงก็จะมีคำร้องที่เป็นคำถามเหมือนกัน เช่น ใครเอ่ย ทำไมเอ่ย อะไรประมาณนี้ครับ ต้องลองฟังดู โดยเฉพาะท่อนฮุก รับรองว่าติดหูวนในหัวเลยแหละครับ (หัวเราะเสียงดังมาก)

ฝากผลงานหน่อยค่ะ

ยังไงก็ขอฝากผลงานเพลงด้วยนะครับ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก อีกหนึ่งเพลงที่ช่วยให้ผ่อนคลายเวลารถติดหล่ะกัน หรือเปิดฟังเวลาทำงานบ้าน ล้างรถ กล่อมนอนตอนดึก ๆ ก็ได้นะ (หัวเราะ อารมณ์ดี) อาจเป็นเพลงแนวใหม่ แปลก ๆ ไม่คุ้นทำนองเท่าไหร่นัก เพราะขณะที่เขียนเพลงก็เขียนตามใจฉัน ไม่ได้อิงหลักการแต่งเพลงอันไหนเลยแบบ 100 % เลย แต่ก็จะไม่ให้ไกลไปกว่าเพลงทั่วไปมากเท่าไรนัก ยังนึกถึงกลุ่มคนฟังอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่ากลัวคนฟังจะเข้าไม่ถึงเพลงเรานะ แต่เราเกรงว่าจะทำไปแล้ว เราจะเข้าไม่ถึงคนฟังมากกว่า (หัวเราะ)


สำหรับเพลงต่อไป สิ้นปีนี้แน่นอนครับ


งานตอนนี้ก็มีโฆษณา ส่วนจะเป็น โปรดักส์ของตัวไหนนั้น เจ้าของสินค้าขอให้อุบไว้ก่อน เป็นแนวตลก ๆ และสนุกแน่นอนครับ


ตอนนี้ก็ติดตามกันได้ทาง FB: เก๋ง กัณฑะชัย


ช่องทางยูทูป : เก๋ง กัณฑะชัย Channel


ท้ายนี้ขอให้ทุกท่านมีความสุขในสิ่งที่ทำ ถ้ามีโอกาสก็เติมกำลังใจให้กันและกัน เติมกำลังใจให้ครอบครัว ให้คนข้าง ๆ เพื่อเป็นพลังงาน ๆ ในการดำเนินชีวิตในวันต่อ ๆ ไปครับ


ลิงค์เพลงครับ

https://youtu.be/Hi38kEwuXTI


ขอบคุณมากนะครับ


อะไรเอ่ย (คำถามที่บ่ต้องการคำตอบ) -เก๋ง กัณฑะชัย (Official MV)

ข้อมูลนะครับ ******************************* คำร้องและทำนอง #ปลอดลิขสิทธิ์ใดๆ สามารถนำไปร้องเพื่อธุรกิจ ร้องหน้าเวทีการแสดง ร....

youtube.com

สนใจลงโฆษณา 0924499542 หรืออีเมล์ newsaround.th@gmail.com