เที่ยวพม่า ทริปอิ่มบุญ မြန်မာ

8/10/2019

ณ วงเดือน

มากราบเจดีย์ชะเวดากอง กรุงย่างกุ้ง สุดยอดสถาปัตยกรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เหมาะไปขอบุญบารมี เพื่อความก้าวหน้าของชีวิต!!!

กรุงย่างกุ้ง

ที่กรุงย่างกุ้งเป็นเมืองหลวงเก่าของเมียนมาร์ มี เจดีย์ชะเวดากอง ตั้งอยู่ บนเนินเขาเชียงกุตระ  โดยคำว่า ชะเว หมายถึง ทอง ดากอง คือชื่อเมืองเก่าของย่างกุ้ง

ชะเวดากอง

เจดีย์แห่งนี้ เชื่อกันว่าเป็นที่ บรรจุพระเกศาธาตุของพระโคดมพุทธเจ้า จำนวน 8 เส้น  โดยไว้บนส่วนยอดสุด ของเจดีย์  บริเวณลูกแก้ว  รอบๆ เกศาธาตุที่บรรจุนั้น  ประดับด้วย เพชรพลอยอัญมณีมากมาย   เพชร 5,448 เม็ด นอกจากนี้ยังมีทับทิม 2,317 เม็ด และเพชรขนาดใหญ่ 76 กะรัต เพื่อรับลำแสงแรกของพระอาทิตย์ และแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ตก ซึ่งผู้จะเข้าไปกราบยังพระเจดีย์นี้ จะต้องถอดรองเท้าเข้าไป ซึ่งตามความเชื่อโบราณ แสงจากดวงอาทิตย์ยามเช้ากับเย็น และแสงจันทร์ จะให้พลัง

โดยเรามาถึงช่วงเย็นของวันแรกของการเดินทางที่มาถึงที่นี่ และเดินรอบชมบริเวณโดยรอบ ของด้านหน้าด้านข้าง ของเจดีย์ เกือบ 18.00น.เราจึงได้พากัน ขึ้นมาสู่ด้านบน ของเจดีย์ ซึ่ง ที่นี่จะมีการตรวจความเรียบร้อยของผู้คนที่จะเข้ามายังด้านบนของ องค์เจดีย์ ผ่านจุดตรวจ x-ray  เรียบร้อย ถึงจะขึ้นไปสู่ด้านบนอีกชั้น

ซึ่งที่นี่ จะต้องเสียบัตร เข้าชม คนละ 10,000 จ้าต ประมาณ 200 บาท หลังเราชำระ บัตรเป็นที่เรียบร้อยถึงจะเข้าไปด้านในรอบ ๆ บริเวณเจดีย์ได้ คนที่สวมใส่ขาสั้นต้อง ใส่ผ้าถุงที่เจ้าหน้าที่มีไว้แล้ว โดยจะต้องเสียค่าเช่าชุด ผ้านุ่งโสร่งอีกที จึงจะอนุญาติให้เข้าไป เรา เดินเจ้าไปกราบพระด้านหน้าเสร็จ แล้วจึง เดินหามุมถ่ายรูป ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนทั้ง ชาวพม่า ไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวนมากที่ขึ้นมาชมความงาม

ณ วงเดือน

เจดีย์ชะเวดากองตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นมากว่า 2,500 กว่าปีมาแล้ว นักโบราณคดีเชื่อกันว่า สร้างมาแต่ คริสต์ศตวรรษที่  6-10  โดยชาวมอญ 2 พี่น้อง ชื่อ ตปุสสะ และ ภัลลิกะ  ซึ่งได้สร้างขึ้นที่เนินเขาเชียงกุตระ  ซึ่งได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์จึงได้ประทาน พระเกศา คือเส้นผมของพระพุทธองค์ ให้พ่อค้าทั้ง 2 มาจำนวน 8 เส้น เมื่อได้เดินทางกลับมาถึงยังที่ดังกล่าว ได้รับความช่วยเหลือ จากพระราชา ชื่อ โอกะละปา ในการสร้างพระเจดีย์ ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเกศาธาตุ บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ แห่งนี้นั้นเอง

เจดีย์ได้ทรุดโทรดถูกทิ้งร้าง จนมาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 พระยาอู่ ได้ทรงบูรณะเจดีย์ ขึ้นอีก มีความสูง 18 เมตร  และต่อมาอีก พระนางเชงสอบู ได้มีความศรัทธาเลื่อมใส ได้บูรณะเสริมเจดีย์ ให้มีความสูงขึ้นไปอีก ถึง 40 เมตร และทำการปรับเนินที่ตั้งของเจดีย์ ให้เป็นฐานลาด เป็นชั้น ๆ  แบบขั้นบรรได

มหา กมล มงคลเกตุ, ณ วงเดือน, และ เสี่ยต้น

เจดีย์ชะเวดากอง เหมาะกับนักเดินทางทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น นักเดินทางแสวงบุญ นักเดินทางหาแหล่งโชคลาภ หรือแม้นักเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ หากมีโอกาสต้องไปนะครับ



สนใจลงโฆษณา 0924499542 หรืออีเมล์ newsaround.th@gmail.com