เตรียมออกหมายจับคดีปล้นทองนาทวี

27/8/2019

จรัส ชูศรี

คืบหน้าปล้นร้านทองนาทวี รู้ตัวกลุ่มก่อเหตุรอหลักฐานชัด ผลตรวจปลอกกระสุนปืนตรงกับที่เคยใช้ก่อเหตุพื้นที่อ.เทพาเมื่อปี 61 คาดเป็นกลุ่มของ นายเจะอารง บาเฮง แกนนำระดับปฏิบัติการมีหมายจับของสภ.บ้าย้อย  ที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุปล้นเต้นท์รถที่นาทวีด้วย


     ความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกปล้นร้านทอง “ห้างทองสุธาดา” กลางตลาดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมากวาดทองรูปพรรณน้ำหนัก 3,300 บาท มูลค่ากว่า85 ล้านบาทพร้อมเครื่องเพชรและทองแท่งอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งคดีนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาเบาะแสกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุซึ่งมีประมาณ17-20 คนและเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ล่าสุดในวันนี้(26ส.ค.)พล.ต.ท. วิสนุ ปราสาททองโอสถ  ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการคลี่คลายคดีนี้ทั้งไปตรวจจุดเกิดเหตุบริเวณหน้าร้านทองเพื่อรับทราบเหตุการณ์และประชุมร่วมประชุมสรุปความคืบหน้าคดีที่ สภ.นาทวี  ร่วมกับ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค9 พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รองผบช.ภาค9  พล.ต.ต.ปรีดา เปี่ยมวารี ผบก.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.เอกรัฐ สวนเสน ผกก.สภ.นาทวี  

พล.ต.ท. วิสนุ ปราสาททองโอสถ  ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  เปิดเผยหลังการประชุมเพียงสั้นๆว่า คดีนี้มีความคืบหน้าไปมากทั้งการตรวจกล้องวงจรปิด และรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับคนร้าย ซึ่งผลการสืบสวนเป็นที่น่าพอใจ

         ด้าน พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค9 เปิดถึงความคืบหน้าการสอบสวนว่า ในทางการเจ้าหน้าที่จะเก็บรายละเอียดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเชื่อมโยงกับเหตุที่ร้านทองร้านนี้เคยถูกปล้นเมื่อปี48 แต่ยังบอกไม่ได้ว่าคนร้ายได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วหรือไม่  ส่วนที่ให้น้ำหนักไปที่กลุ่มก่อความไม่สงบเพราะเหตุปล้นในครั้งนี้แผนปทุษกรรมก็เหมือนกันซึ่งครั้งนั้นก็เชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบ ขณะนี้พอทราบกลุ่มแล้วว่ากลุ่มไหนรอเพียงหลักฐานที่ลงลึกในรายละเอียดให้มากกว่านี้ก็จะชี้ชัดได้ว่าเป็นใครและใครคนวางแผนเป็นใคร   ส่วนเป้าหมายของการปล้นมาจากกลุ่มก่อความไม่สงบต้องการเงินซึ่งก็เคยก่อเหตุวางระเบิดตู้เอทีเอ็มหลายครั้งนั้นไม่แน่แต่ขัดกับแนวทางของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ส่วนความคืบหน้าในทางการสอบสวนมีรายงานว่าการสอบพยานแวดล้อมไปแล้ว11ปาก และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดขณะคนร้ายลงมือก่อเหตุพบว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม16 จำนวน 6 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น 5 กระบอก  

นอกจากนี้ผลการตรวจสอบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ที่คนร้ายยิงขู่ชาวบ้านขณะชิงรถจักรยานยนต์หลบหนีในพื้นที่บ้านพอบิดใต้ หมู่4 ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี หลังนำรถตู้ไปจอดทิ้งไว้พบว่าเคยใช้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ต.ห้วยปลิง อ.เทพา  จ.สงขลา เมื่อปี 61 จึงเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเหตุปล้นร้านทองเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่รอยต่อระหว่างจ.ปัตตานีกับสีอำเภอชายแดนสงขลา

     ทั้งนี้ในแนวทางการสืบสวนเป็นได้สูงว่าการปล้นร้านทองครั้งนี้เป็นฝีมือกลุ่มของ นายเจะอารง เฮง อายุ 39 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่หมู่12 ต.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ซึ่งเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในระดับปฏิบัติการรับผิดชอบเคลื่อนไหวในพื้นที่4 อำเภอชายแดนสงขลา โดยเฉพาะนาทวี และเป็นระดับมือยิง  มีหมายจับติดตัวของสภ.สะบ้าย้อย 1 หมายจับ รวม8 ข้อหา เช่นร่วมกันก่อการร้ายฯร่วมกันมีระเบิดไว้ในครอบครองฯร่วมกันทำให้เกิดระเบิดฯ  

เหตุผลที่เจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักไปที่กลุ่มของเจะอารง  เพราะเหตุปล้นร้านทองในครั้งนี้รูปแบบเหมือนกับการปล้นเต้นรถวังโต้คาร์เซ็นเตอร์ในอ.นาทวีเมื่อปี60  ทั้งการปล้นรถมาก่อเหตุ ลักษณะการลงมือที่ทำกันเป็นทีมซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกัน และครั้งนั้นในทางการสืบสวนพบว่า นายเจะอารง มีส่วนเกี่ยวข้องในการร่วมวางแผนด้วย  

ส่วนเป้าหมายของการปล้นจะเป็นการสร้างสถานการณ์โดยตรงของกลุ่มก่อความไม่สงบหรือเพียงแค่รับงานมานั้นเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน  เพราะยังพบข้อพิรุธของคนร้ายหลายอย่างในการปล้นร้านทองครั้งนี้  ส่วนเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการข้ามพรมแดนไปยังประเทศมาเลเซียพร้อมกับทองที่ขโมยไปเพราะแค่ขโมยรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านขับหลบหนีซึ่งน่าจะไปไม่ไกลและพื้นที่เกิดเหตุก็อยู่ใกล้กับชายแดนไทยมาเลเซ๊ย

ด้าน นายสมัคร อนุจร อายุ 56 ปี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะคนร้ายลงมือก่อเหตุภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้เพราะแม้ว่าคนร้ายจะถอดปลั๊กและขโมยกล้องไปแต่ก็เอาไปผิดตัว

นายสมัคร เล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ในร้านอยู่อีกสาขาหนึ่ง ในร้านมีเพียงผู้หญิง4 คน ส่วนคนร้ายมากัน14 คน พร้อมอาวุธครบมือเป้าหมายคือปล้นทองและน่าจะมีการวางแผนมาเป็นอย่างดีเป็นเดือน และน่าจะมีคนคอยชี้เป้า และขณะเกิดเหตุหากคนในร้านขัดขืนก็อาจจะถูกยิงด้วย

โดยร้านทองของตนสาขานี้เมื่อปี 2548 ก็เคยถูกคนร้ายบุกปล้นมาแล้วครั้งหนึ่งและได้ทองไปจำนวนมากเช่นกันและคดียังไม่สิ้นสุด ครั้งนี้สามารถจับกุมคนร้ายได้ 3 คน มอบตัว1 คนและยังหลบหนีอีก1 คนและครั้งนั้นมีลูกจ้างในร้านร่วมด้วยและคนร้ายก็มาจาก3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การปล้นครั้งนี้เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อความไม่สงบเพราะมากันถึง14 คนและอาวุธครบมือ และคนธรรมดาทำไม่ได้  และอาจเป็นไปได้ว่าอาจจะมีคนในซึ่งเป็นอดีตลูกจ้างโดยเฉพาะที่เคยเกี่ยวข้องกับคดีปล้นครั้งเก่าร่วมด้วย

นายสมัคร กล่าวว่า แม้จะเคยถูกปล้นมาแล้วถึง2 ครั้งและครั้งนี้คนร้ายได้ทองคำไปเกลี้ยงร้านมูลค่าประมาณ 85 ล้านบาท และทางร้านก็ไม่ได้ทำประกันเอาไว้ทุกอย่างหมดไม่มีเหลือ แต่ตนก็จะสู้ต่อโดยหลังจากนี้จะเร่งซ่อมแซมร้านที่ถูกคนร้ายทุบกระจกพังหมดและกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในอีก1 สัปดาห์ เพราะยังมีลูกค้าที่ไว้ใจ และมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป



     เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมออกหมายจับคนร้ายที่ปล้นร้านทอง

ความคืบหน้าคดีปล้นร้านทองที่อ.นาทวีจ.สงขลา ซึ่งคนร้ายกวาดทองไปเกือบเกลี้ยงร้านหน้ำหนัก3300 บาทมูลค่ากว่า 85 ล้านบาท ซึ่งเริ่มรู้ตัวกลุ่มคนร้ายแล้วโดยเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบ

ล่าสุดในส่วนของแนวทางการสืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งผลการตรวจดี DNA ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่จะมัดตัวและหลังฐานอื่นๆมาประกอบเพื่อเตรียมออกหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุ

      ซึ่งคาดว่าอาจจะมีการออกหมายจับชุดแรก1 คน เนื่องจากมีพยานหลักฐานชัดเจนและมีรายงานว่าพยานสามารถชี้ตัวยืนยันได้อย่างถูกต้อง ในขณะที่ชุดสืบสวนยังคงตามแกะรอยเส้นทางของคนร้ายที่หลบหนีเพื่อจุดเชื่อมโยงซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก ทั้งนี้ในส่วนของทองคำทั้ง3300 กิโลกรัมเชื่อว่ายังอยู่ในพื้นที่

สนใจลงโฆษณา 0924499542 หรืออีเมล์ newsaround.th@gmail.com