ขยายพื้นที่โลจิสติกส์ภาคใต้ บูมตลาดการท่องเที่ยว

26/4/2019

ทีมข่าว NAT

ท่าอากาศยานกระบี่   ขยายพื้นที่ และโลจิสติกส์  เชื่อมต่อจังหวัดใกล้เคียง ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ  จะรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่า หรือ 20 ล้านคนในปี 2565 พร้อมประกาศให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางมารีน่าของอาเซียน



เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา ที่จังหวัดกระบี่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการติดตามและดูงาน พัฒนาระบบโบจิสติกส์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้และแนวทางการส่งเสริมให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางมารีน่าของอาเซียน ระหว่างวันที่ 25-27 เมษายน 2562  ที่จังหวัดกระบี่ และภูเก็ต นำโดยพลโทจเรศักณิ์ อาณุภาพ ประธานคณะกรรรมาธิการคมนาคม (กมธ.คมนาคม) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ  พบว่าแนวโน้มการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองในภาคใต้ฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะ กระบี่ ภูเก็ต  พังงา และ เป็นไปอย่างรวดเร็ว เฉพาะกระบี่มีรายได้จากการท่องเที่ยวปีละ 1 แสน 2 หมื่นล้านบาทและล่าสุดเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 5 แสนล้าน ปริมาณการเดินทางโดยรถยนต์ รถไฟ เครื่องบิน และเรือ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อพิจารณาแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า หน่วยงานต่าง ๆ ได้จัดทำแผนการพัฒนาประจำปีงบประมาณในระยะสั้นและระยะยาว แต่ยังคงมีอุปสรรคจากความล่าช้าของโครงการ ข้อจำกัดของงบประมาณ จึงทำให้ขาดความต่อเนื่องของการพัฒนา

กมธ.คมนาคม  ได้เชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทุกด้าน  มารายงานความคืบหน้า และรับแจ้งว่า ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่  ได้ดำเนินการแผนงานในการขยายอาคารผู้โดยสาร และหลุมจอดเครื่องบินขนาดใหญ่ จาก 7 หลุมในปัจจุบัน  เพิ่มเป็น 20 หลุมในปี 2565  มีสายการบินใช้บริการอยู่ในขณะนี้ 11 สายการบิน  และปัจจุบันมีผู้โดยสารปีละ 4 ล้านกว่าคน  และจะรองรับได้เพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคนในปี 2565 ได้ขยายพื้นที่คาร์โก เพื่อการขนส่งสินค้าแล้วกว่า 1 พันตารางเมตร  ช่วยภาคธุรกิจในการลดต้นทุนในการกระจายสินค้าได้มหาศาล  โดยสามารถใช้ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ เป็นจุดรับ และกระจายสินค้าทดแทนการขนส่งไปสนามบินสุวรรณภูมิ  แล้วใช้รถยนต์ รถไฟ และเรือ  กระจายสินค้าต่อไปยังประเทศอาเซียน และในประเทศไทยเอง ได้เร็วขึ้น


ปัญหาที่พบ ยังขาดท่าเทียบเรือน้ำลึกที่สามารถรองรับได้ รวมถึงข้อจำกัด

ของกฎหมายที่กำหนดเวลาจอดพักในประเทศไทยที่มีระยะเวลาเพียง ๖ เดือน ซึ่งน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค และการพัฒนาเส้นทางการเดินเรือระหว่างจังหวัดกระบี่ - ภูเก็ต เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เดินทางมาที่ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ซึ่งจะช่วยกระจายความแออัดของท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต


ขยายเส้นทางทางบก ที่จะเชื่อมจังหวัดริมทะเลอันดามันไปอ่าวไทย จากกระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี ถนนหลักที่ใช้เดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่การจราจรหนาแน่น แออัด ทำให้มีผู้โดยสารเดินทาง  มายังท่าอากาศยานไม่ทันเวลา ควรสร้างเส้นทางเลี่ยงเมืองเพื่อช่วยลดปัญหา สำหรับเส้นทางในจังหวัดพังงา  มีจุดเสี่ยงหลายจุดที่มักเกิดอุบัติเหตุจากสภาพถนนที่โค้งคดเคี้ยว ทรุดโทรม ลื่น ผิวถนนเสื่อมสภาพ ควรปรับปรุงอย่างเร่งด่วนให้เกิดความปลอดภัย เนื่องจากจังหวัดพังงามีฝนตกบ่อย และสำหรับเส้นทางถนนในภูเก็ต ทางหลวง ๔๐๒ ประสบปัญหาการจราจรแออัดในเมือง และทางหลวง ๔๐๒๙ ถนนพระบารมี เส้นทางกะทู้ - ป่าตองที่มีความชัน โค้งคดเคี้ยว เมื่อผู้ขับขี่ไม่ชำนาญเส้นทางผนวกกับรถบัส  ที่มีสภาพไม่พร้อมจึงมักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยทบทวนและผลักดันเส้นทางฉลอง – ป่าตอง โดยมีจุดเริ่มต้นจากวัดหลวงปู่สุภา (วัดสีลสุภาราม) นอกจากนี้ ความล่าช้าของการขยายเส้นทาง ๔ ช่องจราจร หรือการก่อสร้างเส้นทางใหม่ สายสาคู - เกาะแก้วยังไม่ทันต่อความต้องการ ระบบขนส่งสาธารณะมีจำนวนรถไม่เพียงพอต่อความต้องการเนื่องจากอุปสรรคจากระบบสัมปทาน ส่วนเส้นทางรถไฟยังขาดการเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดสุราษฎร์ธานีมายังจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ซึ่งจะทำให้การเชื่อมต่อระหว่างฝั่งทะเลอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามันสะดวกมากยิ่งขึ้น กมธ.คมนาคม  ได้ย้ำให้ท่าอากาศยานนำช่องทางตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Auto Gate) มาใช้งานเต็มรูปแบบเพื่อบรรเทาปัญหาผู้โดยสารคับคั่ง และประสานงานกับกรมทางหลวง จัดทำแผนการพัฒนาร่วมกัน เช่น การสร้างทางเข้า – ออก   ท่าอากาศยาน และออกแบบเส้นทางที่ต่อเนื่องกัน ตอบสนองกับแนวทางการพัฒนาท่าอากาศยานไปในทางเดียวกันทางบก-ราง พัฒนาท่าเรือ ให้เป็นท่าเทียบเรือน้ำลึก ในพื้นที่ จ.กระบี่ ภูเก็ต ชุมพร สงขลา และยะลา รถไฟขยายเส้นทางเดินรถ 6 เส้นทาง ตั้งแต่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ลงไปถึงหาดใหญ่




คณะกรรมาธิการฯ เสนอให้ผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการระหว่างจังหวัด และนำเสนอแนวคิดเชื่อม 2 ฝั่งทะเล เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งอันดามันและอ่าวไทยโดยทางรถไฟและทางน้ำเชื่อมเกาะสมุย (ใส่ภาพแผนที่) และกรมทางหลวงต้องประสานกับกรมทางหลวงชนบท สร้างทางเชื่อมต่อให้สอดรับกัน ทำให้การเดินทางจาก สุราษฏร์-พังงา-กระบี่-ภูเก็ต เชื่อมต่อได้ทั้งทางถนน ทางราง และทางน้ำ โดยใช้ทางน้ำเป็น Mainline และใช้ถนนเป็น feeder


อีกทั้ง กมธ.คมนาคน  ไม่เห็นด้วย กับการสร้างสนามบินที่จังหวัดพังงา  แต่การพัฒนาสนามบินที่ภูเก็ต และกระบี่  เป็นจุดคุ้มทุนมากกว่า  เพราะพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของพังงา ใกล้เคียงกับทั้ง 2 จังหวัดอย่างมาก  อีกทั้งมีความเสี่ยงอันตรายในการจัดการจราจรทางอากาศด้วย  จึงเห็นว่า จังหวัดกระบี่ มีความเหมาะสมมากที่สุดในการเป็นศูนย์กลางมารีน่าอาเซียน

สนใจลงโฆษณา 0924499542 หรืออีเมล์ newsaround.th@gmail.com