รายงานพิเศษ "ยางพารา"

7/7/2019

วชิระ ผุดผ่อง

"โอเล่" ส.ส.ยโสธร เพื่อไทย นำเกษตรกรสวนยางพารา ใช้นวัตกรรมใหม่เพิ่มปริมาณน้ำยาง-เพิ่มเงิน

ด้วยสถานการณ์ราคายางพารายังตกต่ำดิ่งเหวติดต่อกันมายาวนาน เกษตรกรชาวสวนยางต่างเดือดร้อนกันถ้วนหน้าเพราะพิษเศรษฐกิจทรุด  ข้าวของสินค้าแพงขึ้นแต่รายได้ถดถอย ซ้ำยังปริมาณน้ำยางที่ได้จากการกรีดหน้าต้นยางก็ให้ปริมาณได้ไม่เต็มที่ ส่งขายแต่ละครั้งแทบไม่คุ้มค่าแรง-ค่าใช้จ่าย

 "โอเล่" "ปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ" ส.ส. ยโสธร เขต 1 พรรคเพื่อไทย จึงเกิดไอเดียนำเกษตรกรชาวสวนยางทดลองการเพิ่มปริมาณน้ำยางให้ได้มากขึ้น ด้วยวิธีการ "เจาะ" ต่างจากวิธีการเดิม คือ "การกรีดลำต้น"

โดย ส.ส.โอเล่ ส.ส.2 สมัยแดนบั้งไฟโก้ พาคณะทำงาน ผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา เกษตรกร และสื่อมวลชน ไปเยี่ยมชมสวนยางพาราสาธิตการเจาะน้ำยาง ที่บ้านโคกดำเนิน หมู่ 4 ต.ขั้นไดใหญ่ อ.เมือง จ.ยโสธร  ซึ่งชาวบ้านปลูกยางพารากันทั้งหมู่บ้านมานานกว่า  30 ปีแล้ว และใช้วิธีดั้งเดิม คือ การกรีดผิวลำต้นยางพาราเพื่อเอาน้ำยางไปขาย

โดยที่สวนยางสาธิตของ "ลุงเฉลิม ศรีเนตร" ได้ทดลองเจาะต้นยางจำนวน 200 ต้น เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า ระหว่างวิธีการกรีดหน้ายางกับการเจาะอย่างไหนจะได้ปริมาณน้ำยางมากกว่ากันในวันทำงานที่เท่ากันแต่เวลาทำงานต่างกัน

"ภัทรกร ภูมิธนยศ" วิทยากรระบบเจาะยางพารา กล่าวว่า เขาได้ทดลองการเก็บน้ำยางทั้งการกรีดและการเจาะมาหลายปีศึกษาค้นคว้าจนสามารถตอบโจทย์ได้ว่า วิธีการเจาะดีกว่าการกรีด

เริ่มตั้งแต่การกรีดชาวสวนยางต้องตื่นตีสองตีสามออกไปกรีดยางเพราะเป็นช่วงที่น้ำยางจะไหลให้ปริมาณมาก ส่วนการเจาะสามารถทำได้ในเวลาบ่ายๆเป็นต้นไป เรียกว่าไม่ต้องตื่นกลางดึกมองอะไรก็ไม่ค่อยจะเห็น

"ภัทรกร" หรือ "อาจารย์เก่ง" อธิบายว่าสาเหตุที่วิธีการเจาะ ดีกว่าการกรีดแบบเดิม มีหลายประการ ตั้งแต่เวลากรีดที่สะดวกสบายขึ้น ปริมาณน้ำยางที่ได้ก็มากกว่าเพราะจะใช้ "ฮอร์โมนเอทีลีน" ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ต้นยางต้องการไปเร่งให้น้ำยางไหลออกมาปริมาณมากและสม่ำเสมอ และสามารถฉีดเข้าไปกระตุ้นน้ำยางในต้นยางที่มีอายุมาก 20-30 ปี ให้ไหลออกมาได้อีกหลายปี จากแต่เดิมที่ชาวสวนยางเมื่อเห็นว่าต้นไม่ให้น้ำยางจะโค่นทิ้งเอาลำต้นไปขายโรงงานเฟอนิเจอร์

ขณะเดียวกันสารฮอร์โมนเอทีลีนก็สามารถใช้กับต้นยางที่อายุยังไม่มากได้ด้วยเช่นกัน ที่สำคัญจะไม่ทำให้ผิวลำต้นยางเสียหายด้วยเพราะการเจาะใช้พื้นที่น้อยมาก ต่างกับการกรีด และถ้ากรีดไม่ชำนาญน้ำยางก็จะได้น้อยกว่าเท่าที่ควร

วิธีการฉีดฮอร์โมนเข้าไปในลำต้นก็ไม่ยุ่งยากใช้เวลาเล็กน้อยเท่านั้น หลังฉีดเข้าไปแล้ว 2 วัน ก็มาเก็บน้ำยางได้ โดยใช้หลอดเล็กๆเป็นตัวต่อน้ำยางจากลำต้นที่เจาะรูไว้ให้ไหลลงถ้วยรอง ซึ่งในการเจาะแต่ละครั้งต่อต้นจะสามารถเก็บน้ำยางได้ถึง 20 วันต่อเดือน

"เรียกได้ว่าทำงานสบายขึ้นและได้ผลผลิตน้ำยางมากขึ้น ขณะที่อุปกรณ์ในการเจาะ การฉีด และสารฮอร์โมน ก็ลงทุนไม่มากและคุ้มค่าคุ้มเวลา"

ส.ส.โอเล่ กล่าวว่า นโยบายพรรคเพื่อไทย คือต้องเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ประชาชน โดยเฉพาะ เกษตรกร ให้อยู่ดีกินดีมากขึ้น

"โครงการสาธิตระบบเจาะยางพารา ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น แม้ว่าราคายางพาราจะยังไม่กระเตื้อง แต่หากเก็บผลผลิตได้น้ำยางปริมาณมากขึ้นในแต่ละเดือนรายได้ก็ย่อมมากขึ้นตามไปด้วย" ส.ส.โอเล่ กล่าว

เกษตรกรท่านใดสนใจอยากศึกษาทดลองใช้ ติดต่อได้ที่ เกรียงไกร(เล็ก) พันธ์สายเชื้อ ผู้ชำนาญการประจำ ส.ส.โอเล่ โทร.081-877-9908 ได้ทุกวัน

วชิระ ผุดผ่อง - เรื่อง

ใหม่ กฤษณกาฬ - ภาพ


สนใจลงโฆษณา 0924499542 หรืออีเมล์ newsaround.th@gmail.com