สส.สกล ถกปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก

26/8/2019

วชิระ ผุดผ่อง

ส.ส.นิยม เวชกามา สกลนคร ตั้งกระทู้ ถาม รมว.ศึกษาฯ กรณีการแก้ปัญหายุบโรงเรียนขนาดเล็ก

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2562  นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า จะยื่นหนังสือกระทู้ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 28 สิงหาคม  ถึงกรณี การบริหารการจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คน ที่เกิดปัญหาอย่างต่อเนื่องมาหลายปี และส่งผลกระทบต่อนักเรียนผู้ปกครองและครูจำนวนมาก

นายนิยม เวชกามา กล่าวว่าที่ผ่านมา โรงเรียนขนาดเล็กต้องถูกยุบหรือปล่อยให้เลิกไปเองตามธรรมชาติ เหตุเพราะทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ไม่มีการบรรจุครูและผู้บริหารเพิ่มเติมในกรณีที่มีครูเกษียณซึ่งที่ผ่านมาทำให้โรงเรียนขนาดเล็ก ต้องเลิกหรือปิดตัวลงหลายพันแห่งทั่วประเทศ เกิดผลกระทบต่อนักเรียนที่จะต้องไปโรงเรียน เช่นระยะทางจากบ้านไปโรงเรียนแห่งใหม่ไกลกว่าเดิมปัญหาของผู้ปกครองในการรับส่งบุตรหลานไปโรงเรียน แล้วกระทบต่อข้าราชการครูและผู้บริหารระดับผู้อำนวยการโรงเรียนไม่มีตำแหน่งให้บรรจุอีกทั้งเมื่อโรงเรียนถูกยุบหรือเลิกไปแล้วปล่อยทิ้งร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์ใดเลยทั้งที่โรงเรียนหลายแห่งประชาชนเป็นผู้ยกที่ดินให้เป็นจำนวนมากเพื่อเป็นที่ตั้งของโรงเรียน จึงขอถามกระทรวงศึกษาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)และสำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)มีนโยบายหรือวิธีการบริหารจัดการอย่างไรที่จะทำให้โรงเรียนขนาดเล็กสามารถดำเนินการจัดการเรียนการสอนต่อไปได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อนักเรียนผู้ปกครอง ครูและผู้บริหารโรงเรียน และมีวิธีการจัดการอย่างไรสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่เลิกไปแล้วและมีการปล่อยทิ้งร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์เพื่อที่จะสามารถกลับมาใช้ประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อีก

"ขณะเดียวกัน แนวทางการโอนโรงเรียนเพื่อให้ไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะส่งผลกระทบต่อระบบการเรียน การสอนและส่งผลกระทบต่อครูผู้สอนหรือไม่จะมีวิธีการแก้ไขอย่างไรเนื่องจากโรงเรียนขนาดเล็กมีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำอย่างมากกับโรงเรียนขนาดกลางและโรงเรียนขนาดใหญ่จะมีวิธีการอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวและควรจะปรับวิธีบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กที่ถูกยุบหรือเลิกไปแล้วให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนที่มีการจัดการศึกษาทั้งในระบบนอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยได้หรือไม่เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดผลกระทบกับนักเรียนและผู้ปกครอง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะครูชนบท 4 จังหวัด ภาคอีสาน ประกอบด้วย จังหวัดสกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์หนองคาย ได้ทำหนังสือร้องเรียนถึง นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผ่าน นายนิยม เวชกามา เพื่อให้ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี ผ่านถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เช่นทำไมจึงขยายเวลาคุณสมบัติผู้ขอมีวิทยฐานะชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ และ เชี่ยวชาญ เป็น 5 ปี + 5 ปี + 5 ปีโดยห้ามเอาวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท+ปริญญาเอก สายการสอนมาปรับลดเวลาเหมือนก่อนหน้าที่พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มายึดอำนาจ ทำไมบีบ สพฐ. ให้ออกคำสั่ง ถึง 2 ครั้งไม่ให้บรรจุตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คน ต้องการยุบโรงเรียนขนาดเล็กตามชนบททุกโรงเรียนใช่หรือไม่

เพราะคิดคำนวณตามหลักบัญชีกำไรขาดทุน แล้วเห็นว่ามันฟุ่มเฟือย มันขาดทุนใช่หรือไม่ หรือต้องการที่จะบังคับ ให้โรงเรียนขนาดเล็กตามชนบทถ่ายโอนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ใช่หรือไม่ แล้วได้ถามครูและชาวบ้านหรือยังว่าเขาอยากโอนไปอปท.ไหม ถามครูและผู้ปกครองโรงเรียนมัธยม ที่ถ่ายโอนไปสังกัด อปท. ในรอบแรกเมื่อปี 2550 เช่น ไปสังกัด อบจ. ทั่วประเทศว่าถ้าโอนกลับคืนมาได้เขาอยากโอนกลับมาจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์ของจำนวนโรงเรียนที่มีทั้งหมด ทั้งนี้ ครูชนบท ตั้งความหวังที่จะได้รับคำตอบจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 28 สิงหาคม 2562


สนใจลงโฆษณา 0924499542 หรืออีเมล์ newsaround.th@gmail.com