รายงานพิเศษ "ชาวบ้านฝ่าวิกฤต"

12/7/2019

วชิระ ผุดผ่อง

ผู้นำโคกดำเนินเมืองบั้งไฟโก้ ชวนชาวบ้านฝ่าวิกฤตสู้เศรษฐกิจซบเซา



ที่บ้านโคกดำเนิน ต.ขั้นไดใหญ่ อ.เมืองยโสธร ห่างจากตัวเมืองประมาณ 22 กิโลเมตรเศษ  ปัจจุบันมีประชากร 371 คน เป็นหมู่บ้านแหล่งปลูกยางพารามานานกว่า 30 ปีแล้วของ จ.ยโสธร ก่อนที่ต่อมารัฐบาล "ทักษิณ ชินวัตร" จะสนับสนุนให้ปลูกอย่างจริงจังทั่วประเทศในเวลาต่อมา โดยมี"นายเฉลิม ศรีบุตร"หรือที่ชาวบ้านเรียก "พ่อใหญ่เหลิม" เป็นผู้บุกเบิกรุ่นแรกๆบนพื้นที่ 50 ไร่ ก่อนที่จะขยับขยายพื้นที่ออกไปอีกในหลายปีต่อมา จากนั้นชาวบ้านโคกดำเนิน ก็เริ่มปลูกยางพาราตามๆกันมาตราบปัจจุบันรวมแล้วหลายหมื่นต้นเกือบทั้งหมู่บ้าน ผสมกับการทำนาปลูกข้าวเจ้าหอมมะลิไว้ขายและข้าวเหนียวไว้กินในครอบครัวและญาติพี่น้อง

"สาคร ศรีเนตร" วัย 50 ผู้ใหญ่บ้านโคกดำเนิน หมู่ 4 ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ถอดด้ามเพราะเพิ่งได้รับการเลือกตั้งเมื่อกันยายนปี 2561 หลังผู้ใหญ่บ้านคนก่อนเกษียน เล่าว่าเดิมเป็น ส.อบต.ขั้นไดใหญ่ เขตบ้านโคกดำเนิน มา 5 สมัย สมัยละ 4 ปี และยังเป็นมาอีก 2 ปีครึ่งหลังคสช.ให้ อบต.ที่มาจากเลือกตั้งหยุดปฏิบัติงานชั่วคราว  สาคร จึงมาลงสมัครตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน โดยชนะคู่แข่งอย่างขาวสะอาดเพราะทำงานสาธารณประโยชน์ให้กับหมู่บ้านมาโดยตลอด

สาคร ศรีเนตร

สาครบวชเรียนมาตั้งแต่จบป.6กระทั่งบวชเป็นพระก่อนติดเกณฑ์ทหารอาสาไปประจำที่ จ.ศรีสะเกษ ชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนปลดประจำการป่วยด้วยไข้มาลาเรียอยู่นานแทบเอาชีวิตไม่รอด

หลังมาเป็นนักการเมืองท้องถิ่นยาวนานกว่า 20 ปี ทำให้ สาคร เข้าใจรู้ซึ้งปัญหาของชาวบ้าน และเมื่อมาเป็นผู้ใหญ่บ้าน มีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 2 คน คือ "ฤาชัย มามะณีย์" และ "สุริยา บุญปก"ทั้ง 3 คน จึงช่วยกันอย่างแข็งขันเพื่อพัฒนาหมู่บ้านและให้พี่น้องชาวบ้านอยู่ดีกินดีมากขึ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยวันนี้ที่ยังย่ำแย่ไปทั่วทุกวงการสาขาอาชีพ

ฤาชัย มามะณีย์

สุริยา บุญปก

ปัญหาหลักของบ้านโคกดำเนิน คือน้ำในแหล่งธรรมชาติหายากและไม่สามารถดื่มกินได้นอกจากใช้อุปโภคเพราะคุณสมบัติน้ำหนืดและต้องขุดดินลงไปลึกถึง 7-8เมตร ชาวบ้านต้องซื้อน้ำกิน จึงต้องเร่งพัฒนาแหล่งน้ำ โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์หรือโซล่าร์เซล เพื่อประหยัดพลังงานและเผื่ออนาคตไปถึงการไฟฟ้าในหมู่บ้านด้วย

อีกประการ คือ ความยากจน เนื่องจากราคายางพาราตกต่ำต่อเนื่องมากว่า 5 ปี เหลือกิโลละ 18-22 บาท เท่านั้น ซึ่งต่างจากสมัยก่อนหน้าไม่นานที่ราคากิโลละ 90-120 บาท ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก ขายยางไม่ได้ราคา ทางการจึงนำ "ยโสธรโมเดล"เข้ามาให้ชาวบ้านผลิต ยาสระผม น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก เอาไว้ใช้เองและส่งขายแบบวิสาหกิจชุมชน

ขณะเดียวกันด้านน้ำยางพารา ที่ปัจจุบันยังใช้วิธีการกรีดลำต้นเอาน้ำยาง ทางผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วย ได้เชิญชวนชาวสวนยางให้หันมาใช้วิธีการ"เจาะ"เอาน้ำยาง โดยใช้สารฮอร์โมนธรรมชาติฉีดเข้าไปในลำต้นยางแล้วใช้หลอดเล็กๆเป็นตัวรับน้ำยางจากแท๊งค์ที่ตอกไว้ที่ลำต้น ซึ่งจะได้น้ำยางปริมาณมากกว่า ที่สำคัญคือไม่ต้องออกไปกรีดยางกลางดึกเพราะการเจาะยางใช้เวลากลางวันและเมิ่อได้น้ำยางมากก็จะได้เงินมากขึ้น แม้ว่าตอนนี้ราคายางของชุดรัฐบาลนี้จะยังดิ่งเหวอยู่ก็ตาม

สาคร-ฤาชัย-สุริยา จึงเป็นสามประสานที่จะช่วยกันยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวโคกดำเนินให้อยู่ดีกินดีอย่างมีศักดิ์ศรี

ท่ามกลางเศรษฐกิจประเทศที่กำลังง่อยเปลี้ยอยู่ ณ เวลานี้


วชิระ ผุดผ่อง - เรื่อง

ใหม่ กฤษณะกาฬ - ภาพ

สนใจลงโฆษณา 0924499542 หรืออีเมล์ newsaround.th@gmail.com