รายงานพิเศษ "คืนผืนป่าให้แผ่นดิน"

24/7/2019

วชิระ ผุดผ่อง

"พระชายกลาง อภิญาโณ" ชวน "จาริกไปกับพระเท้าเปล่า ปีที่ 11 คืนผืนป่าให้แผ่นดิน"


"พระชายกลาง อภิญาโณ"แห่งวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กรุงเทพฯ และในฐานะ ประธานกรรมการมูลนิธิสหชาติ(United Birth Foundation)นับเป็นพระอีกรูปหนึ่งที่ทุ่มเทให้ความสำคัญในเรื่องผืนป่า ผืนดิน สิ่งแวดล้อม รวมถึงความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลความเจริญมานานนับทศวรรษ

พระชายกลาง อภิญาโณ

ย้อนหลังไปเมื่อ 10 ปีก่อน พระชายกลาง ได้จาริกไปหลายจังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่ทางภาคเหนือ กระทั่งไปพบปัญหาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ ผืนดิน แหล่งน้ำ ทรุดโทรมเพราะการใช้และทำลายอย่างไม่ยั้งมือของผู้คน ทั้งที่จะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม    บริเวณเขตพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อ.นาน้อย จ.น่าน ซึ่งมีอาณาบริเวณกว่า 6 แสนไร่ ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่มานับร้อยปีตั้งแต่บรรพบุรุษ

ที่สำคัญคือชาวบ้านขาดแคลนน้ำในการเกษตรและดำรงชีพ

ที่ผ่านมามีหน่วยงานเอกชนที่เข้าไปช่วยเหลือเพื่อประโยชน์ทางสังคม-สาธารณะ(csr)สนับสนุน เช่น ปลูกป่า แต่ก็กลายเป็นว่าเอาพืชหรือต้นไม้ที่ปลูกในที่ลุ่มไปปลูกในพื้นที่สูงระดับหนึ่งพันเมตรจากระดับน้ำทะเลขึ้นไป เช่น ป่าเขาใน จ.น่าน ก็ทำให้ไม่ได้ผลตามมา อีกทั้งกิจกรรมก็ไม่ได้ทำต่อเนื่องขาดการต่อยอด

ป่าไม้ภูเขา จ.น่าน จึงถึงขั้นวิกฤต ผืนดินเสื่อมโทรมจากการใช้สารเคมีปลูกพืชผัก ชาวบ้านเริ่มเจ็บป่วย ป่าไม้ที่แค่ถูก"โค่น"ยังเหลือตอ ต้นไม้เล็กต้นไม้น้อย ที่พอจะเติบโตต่อไปได้ กลายเป็นถูก "โกน" คือป่าและภูเขาที่แทบจะไม่มีทางกลับฟื้นมาได้อีกและสร้างความแห้งแล้งในพื้นที่เป็นวงกว้างทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ทำผิดกฎหมายบุกรุกแผ้วถางป่าต่อไปอีก

พระชายกลาง พระรูปเล็กๆที่ไม่มีสมณศักดิ์ใหญ่โตใดๆ จึงเริ่มต้นด้วยการชักชวนคนกรุงคนในเมืองน่านและจังหวัดอื่นๆมาร่วมกันสร้าง"ฝายกึ่งถาวร"ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่านที่ทางราชการได้แจ้งพิกัดแล้ว จากนั้นต่อท่อน้ำความยาว 25,000 เมตร หรือ 25 กิโลเมตร แจกจ่ายไปยังพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านในเขตอุทยานศรีน่าน สร้างความชุ่มชื้นในผืนนาขั้นบันได เกิด"หัวคันนาทองคำ" แปลว่า คันนาที่สามารถจะปลูกพืชผักฟักแฟงมะละกอ ไว้กินเองได้ สอดคล้องกับแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9

และเมื่อเจ้าหน้าที่-ข้าราชการรัฐ  เข้าไปในพื้นที่ ชาวบ้านต่างเปลี่ยนทัศนคติต้อนรับผูกข้อไม้ข้อมือบายศรีสู่ขวัญต่างจากแต่ก่อนที่มีแต่แช่งชักหักกระดูกว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีแต่มารังแก

ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่านซึ่งมีขนาดกว้างใหญ่ไพศาลแต่มีเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ประมาณร้อยกว่าคนเท่านั้น ทำงานเสี่ยงอันตรายและยากลำบากด้วยเงินเดือนเพียง 7,500 บาท พระชายกลางจึงจัดทำโครงการ"ส่งกำลังบำรุงโดยประชาชน"ไปช่วยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ4เดือนครั้ง ตั้งแต่เครื่องอุปโภค-บริโภค รวมถึงเสื้อผ้ารองเท้าที่ทางราชการมีงบประมาณจำกัดจัดให้เจ้าหน้าที่เพียงปีละครั้ง ซึ่งข้าวของดังกล่าวได้มาจากการบริจาคทั้งในรูปสิ่งของและทรัพย์โดยทางมูลนิธิจะเป็นผู้จัดส่งให้ โดยพระชายกลาง เห็นว่า ทุกคนก็ควรมีส่วนช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ดูแลป่า เป็นการสร้างขวัญกำลังใจและยังเป็นการสร้าง"นาแลกป่า"นั่นคือ จะมีทั้งข้าวพืชผักและปลาในน้ำ เหมือนชาวบ้านมีร้านสะดวกซื้อในหมู่บ้านแม้จะไม่มีเงินก็สามารถดำรงชัวิตได้และยังได้ผืนป่ากลับคืนมา

จากที่พระชายกลางไปทำกิจกรรมดังกล่าวเพียงรูปเดียวจึงเริ่มมีแนวร่วมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ชาวบ้านเองก็เห็นคุณค่าของผืนป่าในเขตอุทยานฯเลิกที่จะแผ้วถาง โดยรัฐเองก็ให้คนอยู่กับป่าได้ เพราะการ "ทวงคืนผืนป่า"มันคือการใช้กฎหมาย บังคับขู่เข็ญ ขับไล่ และทำลายพืชผลที่ชาวบ้านปลูกไว้ แต่เมื่อชาวบ้านมีน้ำทำนาปลูกพืชผัก มีฝายเป็นแหล่งน้ำมีสัตว์น้ำกุ้งหอยปูปลาที่ "ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จ.น่าน" แนวร่วมของพระชายกลาง นำพันธุ์สัตว์น้ำมาปล่อย ทำให้ผืนป่าน่านเริ่มคืนความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

ล่าสุดมี บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างฝายรวมถึงส่งเจ้าหน้าที่มาสอบถามความต้องการของชาวบ้านว่าพวกเขายังขาดเหลืออะไรที่พอจะช่วยได้อีกบ้าง

ทุกวันที่ 25 ของเดือนโดยประมาณพระชายกลางจะเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาเดินทางไป จ.น่าน เพื่อแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือเจ้าหน้าที่อุทยานฯรวมถึงชาวบ้าน ไปสัมผัสวิถีชาวบ้านว่าอยู่กันอย่างไร สร้างฝายยังไง โดยพื้นที่ที่ไปทางการจะเป็นผู้คอยบอกว่ายังขาดอะไรบ้างเพื่อให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด

และในเดือนสิงหาคม 2562 นี้ พระชายกลาง จัดทำโครงการ "มหานทีสู่ภูผา" เชิญชวนคนกรุง คนลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขึ้นไปดูแหล่งกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยาที่มาจาก แม่น้ำ ปิง วัง ยม น่าน โดยเฉพาะ แม่น้ำน่าน เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาถึง 45 % ซึ่งหากป่าน่านต้องย่อยยับไปก็ไม่มีแม่น้ำน่าน และนั่นแม่น้ำเจ้าพระยาก็ต้องเหือดแห้ง

"อาตมาขอเชิญชวนร่วม"จาริกไปกับพระเท้าเปล่าปีที่ 11 เพื่อคืนผืนป่าให้แผ่นดิน" เป็นการ "คืนนกให้ฟ้า คืนปลาให้น้ำ คืนข้าวให้นา คืนป่าให้แผ่นดิน"ในเดือนสิงหาคมนี้" พระชายกลาง กล่าว

ผู้สนใจอยากเข้าร่วมกิจกรรมดีๆเช่นนี้ ติดต่อได้ที่ มูลนิธิสหชาติ โทร.02-157-2040,084-437-8182

ไปร่วม "คืนผืนป่าให้แผ่นดิน" กัน


สนใจลงโฆษณา 0924499542 หรืออีเมล์ newsaround.th@gmail.com