รื้อหญ้าเทียมทำทางสาธารณะ

26/4/2019

อธิบดี บุญชารี


เมืองพัทยา สนธิกำลังใช้กฎหมาย พ.ร.บ.รักษาความสะอาด ลุยรื้อหญ้าเทียมพรมปูทาง เดินเท้าสาธารณะริมชายหาด

เป็นปัญหาเรื้อรังมานานกับการใช้พื้นที่ฟุตปาธทางเท้าสาธารณะบริเวณด้านหลังอาคารบ้านสุขาวดี  ติดกับวัดช่องลม ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่มีการนำหญ้าเทียม พรม และบันไดเหล็กขนาดความกว้างประมาณ 5 เมตร พร้อมเก้าอี้สนามมาวางไว้บนฟุตปาธ และปูพรมจนเต็มพื้นที่ในระยะความยาวกว่า 300-400 เมตรจนกลายเป็นเหมือนที่ส่วนบุคคล กระทั่งมีกระแสจากประชาชนและโลกโซเชียลเรียกร้องให้เมืองพัทยาเข้าไปแก้ไขเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งต่อมาจากการสนธิกำลังหลายหน่วยงาน ทั้งเมืองพัทยา กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร สำนักการช่าง สำนัก งานที่ดิน และกรมเจ้าท่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในยุคของ นายวิเชียร พงษ์พานิช อดีตหัวหน้า สนง.ที่ดินจังหวัดชลบุรี ซึ่งยังดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกเมืองพัทยาในสมัยที่ผ่านมานั้น ก็ตรวจพบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องไม่ถูกต้องตามกฎหมายและมีคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องทำการรื้อหญ้าเทียมและบันได้ดัง กล่าวออกทันที รวมทั้งอาคารขนาดใหญ่ที่ทางบ้านสุขาวดีสร้างไว้บนพื้นที่ 11 ไร่ ติดริมทะเลซึ่งตามระวางของกรมที่ดินระบุว่าเป็น “ทะเล” หรือที่สาธารณะจึงไม่มีสิทธิ์ในพื้นที่ดังกล่าว กระทั่งเป็นที่มาของการออกคำสั่งให้รื้อถอน และปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนของการประเมินราคาค่ารื้อถอน เพื่อจ้างเหมาเอกชนเข้ามาดำเนินการในช่วง 1-2 เดือนนี้ แต่จนถึงปัจจุบันภาพของการดำเนินการรื้อถอนยังไม่เกิดจนเป็นกระแสอีกครั้งว่างานนี้อาจเป็น “มวยล้ม” นั้น

ล่าสุดวันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา นายวรพจน์ พงษ์พาลี ที่ปรึกษานายกเมืองพัทยา นำคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักการช่างเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่เทศกิจ นิติกร รวมทั้งคนงานจำนวนหนึ่ง เดินทางไปยังบ้านสุขาวดี เพื่อติดตามกรณีที่เกิดขึ้น โดยจากการตรวจสอบพบว่ายังคงมีการปูหญ้าเทียมตลอดแนวถนนหลังบ้าน และบันไดขนาดใหญ่เพื่อทำทางขึ้นลงอีกหลายจุด จึงได้มอบหมายให้ทางสำนักเทศกิจเมืองพัทยาอาศัยอำนาจตามมาตรา 19 ของ พ.ร.บ.รักษาความสะอาด กรณีที่มีการตั้ง วาง กอง สิ่งใดๆในที่สาธารณะ ซึ่งถือเป็นความผิดมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท เพื่อแจ้งให้ทางผู้เกี่ยวข้องทราบ แต่ปรากฏว่าไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงมอบหมายให้ทางเจ้าหน้าที่ทำการรื้อหญ้าเทียมและพรมตลอดแนวทางเดินออกทั้งหมด ก่อนตรวจยึดไปเก็บรักษาไว้ที่เมืองพัทยา เพื่อรอให้ผู้เกี่ยวข้องไปชี้แจงและเปรียบเทียบปรับต่อไป

นายวรพจน์ พงษ์พาลี ที่ปรึกษานายกเมืองพัทยา กล่าวว่าเรื่องนี้ถือเป็นความผิดซึ่งหน้าตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด ทางเทศกิจจึงดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของจึงตรวจยึดไว้ก่อน ส่วนบันได้เหล็กขนาดใหญ่นั้นในวันจันทร์ 29 เมษายนนี้ จะได้ประสานให้สำนักการช่างเมืองพัทยา นำรถแบ็คโฮขนาดใหญ่มาทำการขนรื้อและย้ายออกจากแนวถนน เนื่องจากถือว่าเป็นการวางไว้และกีดขวาง ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นกัน ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนสาธารณะและทุกคนมีสิทธิ์ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

ขณะที่กรณีของอาคารขนาดใหญ่บนพื้นที่ 11 ไร่นั้น แหล่งข่าวจากเมืองพัทยาระบุว่าหลังจากปิดประ กาศหมายทำการรื้อถอนไปแล้วและครบกำหนดไปแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการจากเจ้าของอาคาร จะมีแต่การส่งหนังสือให้ทบทวนคำสั่งโดยแจ้งว่าเป็นที่งอก ซึ่งได้จัดทำส่งไปยังสำนักงานเจ้าท่าพัทยา และเมืองพัทยา แต่ทั้ง 2 หน่วยงานได้ตอบปฏิเสธไปแล้ว เนื่องจากระวางระบุชัดเจน และกำลังจะเสนอให้เดินเรื่องออกหนังสือสำคัญแบบ นสล.ต่อไป ส่วนปัจจุบันได้ทำการสำรวจและแผนการรื้อถอนแล้วยังอยู่ในขั้นตอนของการประเมินราคาซึ่งคาดว่าในเวลาไม่เกิน 1 เดือนจากนี้จะมีการปิดหมายแจ้งประกาศอีกครั้ง และเมืองพัทยาจะได้เข้าไปดำเนินการรื้อถอนอาคารดังกล่าวทันที


สนใจลงโฆษณา 0924499542 หรืออีเมล์ newsaround.th@gmail.com